ภัยคุกคามจากสื่อลามกอนาจารเด็กในประเทศไทย
สื่อลามกอนาจารเด็กคืออะไรกันแน่? สื่อลามกอนาจารเด็กเป็นเนื้อหาที่แสดงภาพหรือการกระทำทางเพศของบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยอาจอยู่ในรูปแบบภาพนิ่ง วิดีโอ หรือภาพเคลื่อนไหวที่สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการทางเพศ
ทำความรู้จักกับเนื้อหาที่ผิดกฎหมายเกี่ยวกับเด็กคืออะไรและทำไมถึงเป็นอันตราย
สื่อลามกอนาจารเด็กคือภาพหรือวิดีโอที่แสดงการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เยาว์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เด็กจริงหรือภาพที่สร้างจากเอไอเลียนแบบเด็กก็ตาม การรู้จักเนื้อหาประเภทนี้จึงหมายถึงการตระหนักว่ามันไม่ใช่แค่ภาพอนาจารทั่วไป แต่เป็นหลักฐานของการทำร้ายเด็กที่ยังคงสร้างความเสียหายซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้แก่เหยื่อทุกครั้งที่ถูกเปิดดู เมื่อผู้ใช้เข้าถึงเนื้อหาเหล่านี้ พวกเขามีส่วนสนับสนุนวงจรการค้าทารุณกรรมและทำให้เด็กต้องตกเป็นเหยื่อซ้ำอย่างไม่มีที่สิ้นสุด นี่คือเหตุผลที่เนื้อหาผิดกฎหมายเกี่ยวกับเด็กต้องถูกปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทั้งในฐานะผู้ชมและผู้เผยแพร่
ความหมายของภาพและคลิปที่ละเมิดทางเพศเด็กในรูปแบบต่างๆ
ความหมายของภาพและคลิปที่ละเมิดทางเพศเด็กในรูปแบบต่างๆ ครอบคลุมการบันทึกภาพหรือวิดีโอที่แสดงการกระทำทางเพศต่อเด็ก หรือการใช้เด็กในลักษณะทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นการเปลือยกาย การล่วงละเมิด หรือการจัดฉากเลียนแบบพฤติกรรมทางเพศ แม้ภาพที่ดูเหมือนไม่มีอะไรอาจเข้า�ข่ายหากผลิตขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการทางเพศ รูปแบบยังรวมถึงภาพตัดต่อ คลิปที่แอบถ่าย หรือการส่งต่อซึ่งทำให้เด็กถูกทำซ้ำความเสียหายไม่สิ้นสุด
ภาพและคลิปที่ละเมิดทางเพศเด็กในรูปแบบต่างๆ คือสื่อที่แสดงเด็กในบริบททางเพศ ไม่ว่าจะโดยตรงหรือแอบแฝง ซึ่งถือเป็นความผิดและสร้างความเสียหายซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้แก่เด็ก
ผลกระทบร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับเหยื่อและผู้ที่เกี่ยวข้อง
ผลกระทบร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับเหยื่อและผู้ที่เกี่ยวข้องจากสื่อลามกอนาจารเด็กนั้นกัดกร่อนทั้งร่างกายและจิตใจอย่างถาวร เหยื่อต้องเผชิญกับความละอาย หวาดกลัว และรู้สึกผิดที่ถูกปลูกฝังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะที่คนในครอบครัวและผู้ใกล้ชิดอาจแบกรับความทุกข์ เจ็บปวด และสูญเสียความไว้วางใจในความปลอดภัยของสังคม ผลกระทบร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับเหยื่อและผู้ที่เกี่ยวข้องยังรวมถึงภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และความคิดทำร้ายตนเอง ซึ่งอาจดำเนินต่อไปอีกหลายทศวรรษแม้การล่วงละเมิดสิ้นสุดลงแล้ว
- บาดแผลทางจิตใจเรื้อรังและ PTSD ที่ตามมาทั้งชีวิต
- ความสัมพันธ์ในครอบครัวแตกร้าวและความรู้สึกผิดของผู้ปกครอง
- ปัญหาการเรียน การทำงาน และการเข้าสังคมที่หยุดชะงัก
- ความเสี่ยงสูงต่อการถูกแสวงหาประโยชน์ซ้ำและการตกเป็นเหยื่อรอบใหม่
รูปแบบและลักษณะของไฟล์ต้องห้ามเหล่านี้ที่ผู้คนมักพบเจอโดยไม่ตั้งใจ
ผู้ใช้มักพบ ไฟล์ต้องห้ามที่เกี่ยวข้องกับสื่อลามกอนาจารเด็ก โดยไม่ตั้งใจผ่านชื่อไฟล์ที่ปกปิดด้วยคำทั่วไป เช่น “คลิปครอบครัว” “วิดีโอเด็กเล่น” หรือ “อัลบั้มschool” ซึ่งดูไม่อันตราย แต่เมื่อเปิดกลับมีเนื้อหาทางเพศของ minors ซ่อนอยู่ รูปแบบที่พบบ่อยคือไฟล์วิดีโอสกุล .mp4 .avi หรือ .mov ที่มีความละเอียดต่ำและความยาวสั้น มักถูกฝังในโฟลเดอร์รูปภาพทั่วไปหรือแนบมากับลิงก์ดาวน์โหลดไฟล์อื่น ลักษณะของไฟล์ต้องห้ามเหล่านี้ อีกประการคือภาพนิ่ง .jpg หรือ .png ที่ถูกตั้งชื่อเป็นตัวเลขสุ่มหรือรหัสยาว โดยไม่มี metadata ชัดเจน ผู้ใช้อาจพบผ่านการแชร์ในกลุ่มปิดหรือลิงก์ที่ส่งต่อกันแบบส่วนตัวโดยไม่รู้เนื้อหาจริง
ประเภทของสื่อที่ถูกแอบอ้างหรือดัดแปลงมาจากภาพ innocent
ภาพถ่ายเด็กทั่วไปจากกิจกรรมครอบครัว งานโรงเรียน หรือการเล่นตามธรรมชาติ มักถูกนำมาตัดต่อด้วยเทคนิคดิจิทัล เช่น การสลับใบหน้าหรือการสร้างภาพเสมือนจริงด้วย AI เพื่อให้ดูเหมือนอยู่ในบริบททางเพศ ประเภทของสื่อที่ถูกแอบอ้างหรือดัดแปลงมาจากภาพ innocent ที่พบบ่อยคือภาพตัดแปะใบหน้าเด็กบนร่างผู้ใหญ่ ภาพวาดการ์ตูนที่ดัดแปลงให้มีลักษณะทางเพศ และภาพที่ผ่านการรีทัชจนสูญเสียบริบทเดิม แม้ภาพต้นฉบับจะไม่มีความหมายทางเพศใด ๆ แต่การดัดแปลงเพียงเล็กน้อยก็เปลี่ยนเจตนาและผลกระทบโดยสิ้นเชิง ผู้ใช้อาจพบไฟล์เหล่านี้ในรูปแบบภาพนิ่ง GIF หรือวิดีโอสั้นที่แชร์ต่อกันในกลุ่มปิดโดยไม่รู้ที่มา
สัญญาณเตือนบนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ควรหลีกเลี่ยงทันที
เว็บไซต์หรือแอปที่ไม่มีนโยบายความเป็นส่วนตัวชัดเจน แต่กลับขอสิทธิ์เข้าถึงคลังภาพ กล้อง และไมโครโฟนทันทีที่เปิดใช้งาน ถือเป็น สัญญาณเตือนบนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ควรหลีกเลี่ยงทันที เพราะพฤติกรรมเช่นนี้มักสัมพันธ์กับการเก็บหรือเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กโดยไม่ได้รับความยินยอม การมีป๊อปอัปหรือข้อความเร่งเร้าให้ปิดโฆษณา ควบคู่กับคำเตือนอายุที่ไม่สามารถตรวจสอบได้จริง ก็เป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่บ่งชี้ถึงเนื้อหาผิดกฎหมาย ผู้ใช้ควรสังเกต URL ที่มีตัวอักษรสุ่มหรือโดเมนแปลกปลอม ซึ่งมักเปลี่ยนบ่อยเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ
หากพบการขอสิทธิ์เกินจำเป็น ป๊อปอัปเร่งเร้า หรือโดเมนแปลกปลอม ควรปิดและออกจากเว็บไซต์หรือแอปนั้นทันที
วิธีสังเกตและแยกแยะเนื้อหาที่เข้าข่ายผิดกฎหมายก่อนกดเข้าไปดู
ก่อนกดเข้าไปดู สังเกตชื่อเรื่องและคำโปรยที่สื่อถึงเด็กอย่างชัดเจน เช่น คำว่า “เด็ก” “นักเรียน” หรือ “วัยรุ่น” ควบกับคำสื่อเพศ ภาพปกหรือภาพตัวอย่างที่แสดงรูปร่างหน้าตาเหมือนเด็ก แม้จะเบลอหรือตัดต่อ ก็เป็นสัญญาณเตือนทันที
หากแพลตฟอร์มไม่มีชื่อผู้ผลิตหรือเจ้าของชัดเจน หรือบังคับให้แชร์ต่อก่อนเข้าดู อย่าฝ่าฝืน เพราะนั่นอาจเป็นกับดักเนื้อหาผิดกฎหมาย บางครั้งความอยากรู้เพียงเสี้ยววินาทีอาจทำให้เรากลายเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่ความรุนแรงต่อเด็ก จึงควรปิดทันทีและรายงาน
ลักษณะเด่นของลิงก์หรือโฆษณาที่มักล่อลวงผู้ใช้
ลักษณะเด่นของลิงก์หรือโฆษณาที่มักล่อลวงผู้ใช้ในบริบทสื่อลามกอนาจารเด็กมักใช้ถ้อยคำเร้าใจ เช่น “คลิปหลุด” “เด็กน้อย” “ห้ามพลาด” พร้อมภาพตัวอย่างที่เบลอหรือตัดต่อให้ดูน่าสงสัย ก่อนกดเข้าไปควรสังเกต สัญญาณล่อลวงที่พบบ่อยในโฆษณาออนไลน์ ซึ่งมักเร่งเร้าให้คลิกทันทีโดยไม่ให้เวลาตรวจสอบ
- ใช้คำ provocative หรือคำต้องห้ามที่สื่อถึงเด็ก
- มีปุ่ม “คลิกเลย” หรือ “ดูทันที” ที่กระตุ้นอารมณ์
- ลิงก์ย่อหรือโดเมนแปลกปลอมที่ไม่น่าเชื่อถือ
- อ้างว่าฟรีหรือเป็นเนื้อหาพิเศษที่ถูกจำกัด
เทคนิคการตรวจสอบอายุและความยินยอมในเนื้อหาที่น่าสงสัย
ก่อนกดดูเนื้อหาที่น่าสงสัย ให้สังเกตว่าผู้เผยแพร่ระบุอายุของบุคคลในคลิปอย่างชัดเจนหรือไม่ ถ้าพยายามหลบเลี่ยงด้วยคำกำกวมหรือตัดต่อใบหน้าแปลกๆ นั่นคือสัญญาณอันตราย เทคนิคการตรวจสอบอายุและความยินยอมในเนื้อหาที่น่าสงสัย ทำได้โดยดูว่ามีการแสดงออกที่ขัดต่อเจตนา เช่น สีหน้าหวาดกลัว或ถูกบังคับหรือไม่ และตรวจสอบว่าเนื้อหามีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ หากไม่พบหลักฐานความยินยอมที่ชัดเจน อย่าแชร์หรือเข้าดูเด็ดขาด เพราะการเสพเนื้อหาที่ขาดความยินยอมถือเป็นการสนับสนุนการล่วงละเมิดเด็กโดยตรง
ความเสี่ยงทางกฎหมายและทางสังคมสำหรับผู้ที่เข้าถึงหรือเผยแพร่
การเข้าถึงหรือเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กถือเป็นความผิดทางอาญาร้ายแรงที่มีโทษจำคุกและปรับหนัก แม้เพียงครอบครองหรือส่งต่อก็ถือว่ามีความผิดทันที ผู้กระทำอาจถูกดำเนินคดีทั้งในประเทศและต่างประเทศหากข้อมูลเชื่อมโยงข้ามพรมแดน นอกจากนี้ยังเผชิญความเสี่ยงทางสังคมอย่างรุนแรง เช่น ถูกประณามจากชุมชน สูญเสียอาชีพและความน่าเชื่อถือ ถูกตัดขาดจากครอบครัวและเพื่อนฝูง ร่องรอยดิจิทัลอาจติดตัวถาวร ส่งผลต่อการทำงาน การศึกษา และความสัมพันธ์ในอนาคตอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
บทลงโทษในประเทศไทยเมื่อถูกจับกุมจากการครอบครองหรือส่งต่อ
การครอบครองหรือส่งต่อสื่อลามกอนาจารเด็กในประเทศไทยถือเป็นความผิดอาญาร้ายแรงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287/1 ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท หากเป็นการส่งต่อเพื่อการค้าหรือเผยแพร่สู่สาธารณะ ศาลมักลงโทษจำคุกโดยไม่รอลงอาญา บทลงโทษในประเทศไทยเมื่อถูกจับกุมจากการครอบครองหรือส่งต่อยังรวมถึงการริบอุปกรณ์ที่ใช้กระทำความผิดและขึ้นทะเบียนเป็นผู้กระทำความผิดทางเพศ ซึ่งส่งผลระยะยาวต่ออาชีพและชีวิตสังคม
ถาม: หากถูกจับกุมฐานครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก จะถูกจำคุกจริงหรือไม่?
ตอบ: โดยทั่วไปศาลลงโทษจำคุกจริง ขั้นต่ำ 1 ปี และมักไม่รอการลงโทษ หากมีเจตนาส่งต่อหรือเผยแพร่ โทษจะหนักขึ้นถึง 10 ปี พร้อมปรับสูงสุด 200,000 บาท
ผลกระทบต่อชื่อเสียง หน้าที่การงาน และความปลอดภัยส่วนตัว
การเข้าถึงหรือเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กส่งผลโดยตรงต่อชื่อเสียง หน้าที่การงาน และความปลอดภัยส่วนตัวอย่างรุนแรง เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลหรือถูกเปิดโปง ผู้เกี่ยวข้องอาจถูกสังคมตราหน้าและตัดขาดจากเครือข่ายวิชาชีพ ส่งผลให้สูญเสียโอกาสงานหรือถูกเลิกจ้างเนื่องจากความไว้วางใจถูกทำลาย นอกจากนี้ การเผชิญหน้ากับกลุ่มต่อต้านหรือผู้เสียหายอาจนำไปสู่การข่มขู่ child porn คุกคามทางกาย และการแก้แค้นส่วนตัว แม้ไม่มีคำพิพากษา ตราบาปทางสังคมก็ติดตัวถาวรจนยากต่อการฟื้นฟูสถานะและความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน
แนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัยสำหรับผู้ปกครองและผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไป
ผู้ปกครองควรตั้งค่าการกรองเนื้อหาบนอุปกรณ์ทุกเครื่องและเปิดใช้SafeSearch เพื่อลดการเข้าถึงสื่อลามกอนาจารเด็กโดยไม่ตั้งใจ หลีกเลี่ยงการแชร์รูปเด็กในที่สาธารณะหรือแชทกลุ่ม เพราะภาพเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด หากพบเนื้อหาผิดกฎหมาย ห้ามบันทึกหรือส่งต่อ ให้รายงานผ่านช่องทางที่เชื่อถือได้ทันที ถามว่า “ถ้าลูกเห็นภาพไม่เหมาะสมควรทำอย่างไร?” ตอบ “อย่าตำหนิ ให้พูดคุยสงบ ๆ อธิบายว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายและอันตราย แล้วบันทึกหลักฐานส่งผู้ให้บริการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” ผู้ใช้ทั่วไปควรตรวจสอบลิงก์ก่อนคลิก และไม่เปิดไฟล์จากคนแปลกหน้า
วิธีตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและตัวกรองเนื้อหาบนอุปกรณ์ต่างๆ
ผู้ปกครองควรเริ่มจากการเปิดใช้ ตัวกรองเนื้อหาสำหรับเด็ก ในระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์ทุกเครื่อง เช่น ตั้งค่า Restriction บน iOS หรือ Family Link บน Android เพื่อบล็อกเว็บไซต์และแอปที่เกี่ยวข้องกับสื่อลามกอนาจารเด็ก จากนั้นติดตั้งโปรแกรมกรองเนื้อหาระดับเราเตอร์เพื่อควบคุมทุกอุปกรณ์ในบ้านพร้อมกัน ตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในแอปโซเชียลมีเดียให้เป็นแบบส่วนตัว จำกัดการมองเห็นเฉพาะเพื่อน และเปิดใช้โหมดปลอดภัยในการค้นหา นอกจากนี้ควรตั้งรหัสผ่านสำหรับการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าเหล่านี้ และตรวจสอบประวัติการใช้งานร่วมกับบุตรหลานอย่างสม่ำเสมอ
ขั้นตอนการรายงานและแจ้งเบาะแสเมื่อพบเจอสื่ออันตราย
เมื่อพบเจอสื่ออันตราย ผู้ปกครองและผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตควรเริ่มต้นด้วย ขั้นตอนการรายงานและแจ้งเบาะแส ทันที โดยไม่กดบันทึกหรือแชร์ต่อ เพราะการเผยแพร่ซ้ำถือเป็นความผิดทางกฎหมาย ให้บันทึกหลักฐานหน้าจอและลิงก์ไว้อย่างละเอียด แล้วรีบแจ้งผู้ให้บริการแพลตฟอร์มผ่านปุ่มรายงานที่มีอยู่ในแอปหรือเว็บไซต์ โดยเลือกหมวดเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเด็กโดยเฉพาะ จากนั้นส่งข้อมูลต่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น สายด่วน 1300 ของกระทรวงดิจิทัล หรือตำรวจไซเบอร์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบและลบเนื้อหาอย่างเร่งด่วน
สรุปขั้นตอนการรายงานและแจ้งเบาะแสเมื่อพบเจอสื่ออันตราย: หยุดแชร์ บันทึกหลักฐาน แจ้งแพลตฟอร์ม แล้วส่งต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องทันที
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงและการจัดการสื่อผิดกฎหมายเหล่านี้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงและการจัดการสื่อลามกอนาจารเด็กมักเริ่มจากข้อสงสัยว่าพบเห็นโดยบังเอิญแล้วต้องทำอย่างไร คำตอบที่ตรงไปตรงมาคืออย่าบันทึก ส่งต่อ หรือเก็บไว้แม้ในเครื่องส่วนตัว เพราะการครอบครองเพียงชั่วคราวก็มีความผิด
หากพบสื่อลักษณะนี้ ควรปิดทันที ไม่แชร์ต่อ และรายงานต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบหรือแพลตฟอร์มนั้นโดยตรง
อีกคำถามที่พบบ่อยคือจะป้องกันไม่ให้เด็กในความดูแลเข้าถึงได้อย่างไร วิธีปฏิบัติคือตั้งค่าความเป็นส่วนตัว ใช้เครื่องมือกรองของอุปกรณ์ และพูดคุยกับเด็กอย่างเปิดใจเรื่องการขอความช่วยเหลือเมื่อเจอเนื้อหาที่ไม่ปลอดภัย
หากเผลอเข้าชมโดยไม่รู้ตัวควรทำอย่างไรและมีความผิดหรือไม่
หากเผลอเข้าชมสื่อลามกอนาจารเด็กโดยไม่รู้ตัว สิ่งแรกคืออย่าตกใจจนเกินไปและรีบปิดหน้าจอทันที หลีกเลี่ยงการบันทึก แชร์ หรือส่งต่อเนื้อหาเหล่านั้น เพราะการกระทำดังกล่าวอาจทำให้คุณกลายเป็นผู้เผยแพร่โดยไม่เจตนา จากนั้นให้ลบประวัติการเข้าชมและล้างแคชของเบราว์เซอร์ หากพบว่าตนเองเข้าถึงโดยบังเอิญจริงและไม่ได้ครอบครองหรือส่งต่อ โดยทั่วไปการเผลอเข้าชมโดยไม่รู้ตัวมักไม่ถือเป็นความผิดทางอาญา แต่กฎหมายไทยอาจพิจารณาเจตนาและการกระทำประกอบกัน หากไม่แน่ใจควรปรึกษาทนายหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อความปลอดภัยทางกฎหมาย
หากเผลอเข้าชมโดยไม่รู้ตัว ให้ปิดทันที ไม่บันทึก ไม่แชร์ ลบประวัติ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากกังวลเรื่องความผิด ซึ่งโดยทั่วไปการเข้าชมโดยบังเอิญและไม่มีเจตนามักไม่ถือเป็นความผิด แต่ต้องระวังไม่ให้เกิดการครอบครองหรือเผยแพร่ต่อ
ช่องทางขอความช่วยเหลือหรือปรึกษาเมื่อสงสัยว่าเนื้อหาที่เห็นเข้าข่าย
หากพบเนื้อหาที่ไม่แน่ใจว่าขัดต่อกฎหมายหรือไม่ ผู้ใช้สามารถส่งเรื่องให้หน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงเพื่อประเมินโดยไม่ต้องตัดสินใจเอง ช่องทางที่เชื่อถือได้ ได้แก่ การแจ้งไปยังตำรวจผ่านหมายเลข 191 หรือสายด่วน 1300 ของกระทรวงพัฒนาสังคมฯ รวมถึงช่องทางออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงดิจิทัลฯ การส่งลิงก์ ภาพหน้าจอ และรายละเอียดโดยไม่เก็บไฟล์ไว้ในอุปกรณ์ส่วนตัวเป็นวิธีที่ปลอดภัย การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือนักสังคมสงเคราะห์ก็ช่วยยืนยันได้ว่า ช่องทางขอความช่วยเหลือหรือปรึกษาเมื่อสงสัยว่าเนื้อหาที่เห็นเข้าข่าย จะต้องเลือกใช้อย่างเหมาะสม
ถาม: หากไม่แน่ใจว่าเนื้อหาที่เห็นเข้าข่ายสื่อลามกอนาจารเด็ก ควรติดต่อช่องทางใดเพื่อขอคำปรึกษา?
ตอบ: ติดต่อสายด่วน 1300, 191 หรือช่องทางรับแจ้งของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง โดยส่งเฉพาะข้อมูลอ้างอิง ไม่ต้องดาวน์โหลดหรือเผยแพร่เนื้อหานั้นซ้ำ